คุณเคยไหม ที่เวลาดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลทีไร แล้วเกิดความรู้สึกที่อยากจะเตะบอลขึ้นมา (คันเท้า)อยากจะลงสนามไปเล่นเองให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย หรือไม่ก็เป็นช่วงเวลาหลังเลิกงานที่อยากจะไปออกกำลังกายเรียกเหงื่อบ้างก่อนเข้าบ้าน แต่พอจะไปก็คิดไม่ออกว่าจะเลือกสนามไหนหรือไปสนามไหนดี มีที่ไหนบ้างที่ได้มารตฐานของสนาม แล้วจะมีการบริการที่ดีหรือไม่อย่างไร สภาพสนามโอเคหรือเปล่า และอื่น ๆ อีกมากมายสารพัด  ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว  เตรียมข้าวของต่าง ๆ และวอร์มร่างกายของคุณให้พร้อมได้เลย เพราะเราจะมาให้คำแนะนำในการเลือกสนามฟุตบอลในร่มแบบเด็ด ๆ ที่ทุกคนสามารถทำและดูกันได้ทุกที่ เลยนำมาฝากเหล่าแข้งเทพทั้งหลาย ให้ได้ลองเลือกสังเวียนแข้งไปปะทะฝีเท้ากันได้อย่างดี  ซึ่งแต่ล่ะที่นั้น ก็มีความสวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมครบครัน โดยสนามนั้น แต่เราก็จะมาบอกให้รู้ลึกและเลือกได้จริง

ปัจจุบันนักเตะสมัครเล่นหรือการเตะเพื่ออกกำลังกายในบ้านเราที่เข้ามาใช้บริการในสนามฟุตบอลจะมีทั้งนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน ที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปจนถึงกว่า 40 ปี ซึ่งพฤติกรรมการเลือกสนามของนักเตะก่อนหน้านี้สามารถเดินทางไปได้ทุกที่ที่มีสนามไม่ค่อยสนใจเรื่องระยะทางเท่าไรนัก แต่เมื่อสนามผุดขึ้นดังดอกเห็ดอย่างทุกวันนี้ทำให้พฤติกรรมการเลือกของคนที่อยากใช้บริการสนามแตกต่างไปจากเดิม คือให้ความสำคัญกับสถานที่ใกล้บ้านมากกว่าการที่ต้องเดินทางไปสนามในระยะไกลจากบ้านหรือที่ทำงานและให้ความสำคัญกับพื้นสนามที่เชียวชอุ่มนุ่มเท้ามากขึ้น   การที่เราจะเลือกให้ความสำคัญกับสนาม ก็ต้องให้สนามมีความหนานุ่มเขียวขจีสไลด์ได้ไม่เจ็บตัวเพื่อป้องกันทั้งการบาดเจ็บและสาเหตุอื่นตามมา เราจึงควรต้องเวียนหาสนามใหม่ที่เพิ่งลงหญ้าไปเรื่อยๆ เพราะหญ้าแต่ละสนามจะอยู่ทนเท้าได้เพียงแค่ …