เลสเตอร์คืนชีพเพราะใคร ?

ในช่วงเช้ามืดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 ตามเวลาในประเทศไทย แฟนบอลทั่วโลกต่างช็อคกันถ้วนหน้า เมื่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ประกาศปลด เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือผู้นำสโมสรสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกเมื่อ 9 เดือนก่อน  หลังจากนำทีมทำผลงานตกต่ำจนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นในฤดูกาลนี้

จิ้งจอกสยามถูกตัดสินให้เป็นผู้ร้ายในสายวงการลูกหนังแฟนบอลทั่วโลกต่างรุมถล่มสโมสรที่ปฎิบัติกับเคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือวีรบุรุษอย่างโหดร้ายนักเตะในทีมต่างถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร้ายเพราะพวกเขาอยู่เบื้องหลังการถูกไล่ออกของกุนซือวีรบุรุษ

 

สำนักข่าวในประเทศอังกฤษต่างประโคมข่าวว่าผู้เล่นระดับซีเนียร์ในทีมเข้าไปคุยกับบอร์ดบริหารและเรียกร้องให้ปลดรานิเอรีหลังเกิดไม่พอใจที่ เคลาดิโอ รานิเอรี  เปลี่ยนแปลงแท็คติคบ่อยเกินไป บางเกมมาเปลี่ยนเอาหน้างานตอนก่อนเตะทั้งที่ทุกคนฝึกซ้อมแผนเดิมมาเป็นอย่างดี แถมวันดีคืนดียังสั่งให้นักเตะมาซ้อมในตอนเช้าของวันที่มีเกมแข่งขัน แม้ว่า อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธานสโมสรจะยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องทำนองนั้นเกิดขึ้น

 

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธานสโมสรยังให้สัมภาษณ์อีกว่า
“  การอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดของสโมสร ดังนั้นบอร์ดจึงเห็นพ้องต้องกันว่าเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดผลดีที่สุดสำหรับ13 เกมส์  ”
“  มันเป็นการตัดสินใจที่ยากสุดๆของพวกเราในรอบ7ปีนับแต่เราได้มาบริหารทีมเลสเตอร์ ซิตี้ เพราะเดลาดิโอได้นำคุณภาพอันยอดเยี่ยม ตลอดจนความชำนาญและประสบการรวมไปถึงอุปนิสัยที่ดีน่ารักน่าคบค้า มีเสน่ห์ ฯลฯ จนเป็นที่ยอมรับของทุกคนมาสู่ทีมของเรา ”
“  แต่เราก็จำเป็นต้องตัดสินใจ เพราะพิจารณา เห็นว่าผลประโยชน์ของทีมในระยะยาว ย่อมอยู่เหนือความรู้สึกผูกพันและอารมณ์อันเป็นส่วนตัวที่เรามีต่อกันอย่างมาก ”

 

แต่ชาวโซเชียวก็อดมีกระแสดราม่ากันไม่ได้เมื่อมีข่าว นักเตะตัวหลักๆ ของทีมก็เข้าไปพบผู้บริหารทีมอีกหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกัปตันทีม เวส มอร์แกน, ผู้รักษาประตู แคสเปอร์ ชไมเคิล หรือดาวยิง เจมี่ วาร์ดี้ แม้แต่ช่วง 1 วันก่อนรานิเอรี่จะโดนปลด ทั้ง 3 คนรวมทั้งมาร์ค อัลไบรตัน ก็ได้ร่วมพบปะกับประธานสโมสร และหลังสโมสรประกาศข่าว มีเพียงชไมเคิลคนเดียวที่ออกมาขอบคุณรานิเอรี่ผ่านโซเชียลบางกระแสก็ออกมาโทษนักเตะตั้งแต่เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกนักเตะเลสเตอร์เปลี่ยนไปมากและเปลี่ยนเพราะทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าแชมป์ควรเล่นยังไงหรือรู้แต่ขี้เกียจเพราะติดอยู่กับความสบาย รวยขึ้น ดังขึ้น มีรถสปอร์ตขับ เดินสายรับรางวัลสารพัดเรื่องแบบนี้ตัวเองไม่เคยเจอก็เลยหลงทางกันไปหมด

โดยกระแสยังวิจารณ์ตัวนักเตะโดยตรงอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นนักเตะเลสเตอร์ขยันน้อยลง วิ่งน้อยลง ความเป็นทีมแทบไม่เหลือ ไม่มีใครสู้เพื่อผู้จัดการทีม เหล่าคนดังวงการลูกหนังก็ยังออกมาให้สัมภาษณ์ไม่ว่าจะเป็น โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ออกมาหนุนหลังรานิเอรี่เต็มที่ด้วยการสวมเสื้อที่ปักอักษรย่อ “ซี.อาร์.” ของเคลาดิโอ รานิเอรี่ ไว้บนหน้าอก โดยกล่าวว่า กุนซือชาวอิตาเลียนคือผู้สร้างประวัติศาสตร์ที่งดงามที่สุดของพรีเมียร์ลีก เป็นคนที่ควรจะได้จารึกชื่อไว้เหนือสนามเพื่อเป็นเกียรติ การตัดสินใจของสโมสรในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับได้นอกจากนี้ยังมีผู้สื่อข่าววิทยุของบีบีซี เอียน สตริงเกอร์ ก็กล่าวขึ้นว่า “ผมแทบไม่เชื่อเลย เพราะผมอยู่กับทีมเมื่อพุธก่อน วันแข่งกับ เซบีญา ที่สนามเลสเตอร์… แพ้ 1-2 แต่เล่นได้ดีมาก จามี วาร์ด
ทั้งนี้กุนซือชาวอิตาลีน่าจะได้รับเงินชดเชยจากการฉีกสัญญาครั้งนี้ราว 3 ล้านปอนด์ (135 ล้านบาท) ซึ่งเท่ากับรายได้ 1 ปีที่เขาได้รับตามสัญญาใหม่ที่เพิ่งเซ็นไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามกระแสดราม่าที่ออกมาวิจารณ์ตัวนักเตะก็พิสูจน์อะไรไม่ได้เพราะอดีตกุนซือชาวอิตาลีเคลาดิโอ รานิเอรี ไม่ได้ออกมายืนยันด้วยตนเองดังนั้นกระแสข่าวลือก็ไม่ใช่ว่าจะถูกเสมอไป

แต่ก็อดสงสัยไม่ได้เมื่อ เคร็ก เช็คสเปียร์เข้ามาบงการทีม ผลงานของจิ้งจอกสยามจึงดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาเพราะปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้เล่น วิลเฟรด เอ็นดีดี้ ให้ยืนในตำแหน่งของก็องเต้ และใช้แผนการเล่น 4-4-2 ยึด 11 ผู้เล่นตัวจริงเหมือนปีที่คว้าแชมป์ทุกนัด ผลปรากฎว่าจิ้งจอกสยามกลับมาเล่นอย่างทรงประสิทธิภาพเหมือนปีก่อนเป๊ะ ผลงานชนะในลีก 4 นัดติดต่อกัน รวมถึงเป็นทีมเดียวจากอังกฤษที่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก คือเครื่องยืนยันชั้นดี เอ็นดีดี้คือกุญแจสำคัญที่ช่วยทีมพลิกสถานการณ์กลับมาอีกครั้งแต่ถ้าย้อนกลับไปในสมัยที่ เคลาดิโอ รานิเอรี ยังเป็นกุนซืออยู่เขาได้ทุ่มเงินกระชาก  วิลเฟรด เอ็นดีดี้ ห้องเครื่องดาวโรจน์จากเกงค์มาร่วมทีมในตลาดหน้าหนาว แต่เขากลับรีดศักยภาพที่แท้จริงของนักเตะออกมาไม่ได้เพราะความคิดมากของตัวเองโดยอดีตกุนซือชาวอิตาลีได้เปลี่ยนแผนการเล่นทุกนัดที่ส่งกองกลางชาวไนจีเรียลงเล่นในลีก เขาไม่กล้ากลับไปใช้แท็คติคเหมือนฤดูกาลที่แล้ว ทั้งที่เห็นแล้วว่าลูกทีมคนใหม่เล่นแทนก็องเต้ได้เอ็นดีดี้ต้องลงเล่นในระบบ 3-5-2, 4-1-2-1-2, 4-4-2 และ 4-2-3-1 สลับกันตลอด 5 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก นอกจากต้องเหนื่อยกับการปรับตัวเข้ากับลีกใหม่แล้ว เจ้าตัวยังต้องทำความเข้าใจกับบทบาทใหม่ของตัวเองทุกเกมด้วย ผลงานของเขาจึงไม่โดดเด่นเช่นเดียวกับทีมที่แพ้รวดชนิดยิงประตูคู่แข่งไม่ได้

 

            ‘Foxes never quit. สโลแกนเรียบง่ายของทีมที่มีความหมายว่า จิ้งจอกแห่งเลสเตอร์จะไม่มีวันยอมแพ้ เป็นจริงขึ้นมาด้วยแผนการเล่นที่พวกเขาร่วมกันหล่อหลอมมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน บวกกับจิ๊กซอว์ที่หายไปตั้งแต่ครึ่งฤดูกาลแรกนี่เอง จิ้งจอกสีน้ำเงินฟื้นคืนชีพอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดรังเอาชนะทีมแกร่งอย่างลิเวอร์พูล 3-1

 

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *